Business Service
ด้านความดันและสูญญากาศ
บริการสอบเทียบเครื่องมือวัด ด้านความดันและสูญญากาศ | Pressure & Vacuum
การสอบเทียบด้านความดันและสูญญากาศคืออะไร ?
การสอบเทียบด้านความดันและสูญญากาศ (Pressure & Vacuum Calibration) คือกระบวนการตรวจสอบและเปรียบเทียบค่าที่อ่านได้จากเครื่องมือวัดความดันหรือสูญญากาศกับค่าจากมาตรฐานอ้างอิงที่เหมาะสม เพื่อประเมิน ค่าความคลาดเคลื่อน (Error) และความน่าเชื่อถือของเครื่องมือวัด
ความดันเป็นปริมาณสำคัญที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิต ระบบลม ระบบไฮดรอลิก หม้อไอน้ำ ถังแรงดัน ระบบท่อ ปั๊ม เครื่องจักร และกระบวนการควบคุมต่าง ๆ ส่วนการวัดสูญญากาศมีความสำคัญในงานที่ต้องควบคุมความดันให้ต่ำกว่าความดันบรรยากาศ เช่น ระบบปั๊มสุญญากาศ กระบวนการผลิต และอุปกรณ์เฉพาะทาง หากเครื่องมือวัดมีค่าคลาดเคลื่อน อาจส่งผลให้การควบคุมกระบวนการผิดพลาด ส่งผลต่อคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของระบบ
เครื่องมือที่สามารถสอบเทียบด้านความดันและสูญญากาศ
1. เกจวัดความดัน Pressure Gauge
- Analog Pressure Gauge
- Bourdon Tube Pressure Gauge
- Digital Pressure Gauge
2. เครื่องวัดความดันดิจิตอล Digital Pressure Gauge
- ห้องปฏิบัติการ
- งานซ่อมบำรุง
- ระบบควบคุมกระบวนการ
- งานตรวจสอบคุณภาพ
3. Pressure Transmitter
- 4–20 mA
- 0–10 V
- Digital Signal
- PLC
- SCADA
- DCS
- Process Control System
การสอบเทียบสามารถตรวจสอบทั้งค่าความดันและสัญญาณ Output ตามลักษณะของเครื่องมือ
4. Pressure Switch
- Set Point
- Switching Point
- Reset Point
- Dead Band
เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการควบคุมการทำงานตามระดับความดัน
5. Differential Pressure Gauge / Differential Pressure Meter
- Filter
- Cleanroom
- HVAC System
- Air Handling System
- ระบบตรวจสอบการไหล
6. Vacuum Gauge
- ระบบปั๊มสุญญากาศ
- ระบบบรรจุภัณฑ์
- กระบวนการผลิต
- ระบบดูดและลำเลียง
- ห้องปฏิบัติการ
7. Vacuum Transmitter
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้วัดระดับสูญญากาศและส่งสัญญาณไปยังระบบควบคุมหรือระบบบันทึกข้อมูล
8. Pressure Calibrator
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สร้าง วัด หรือจำลองค่าความดัน เพื่อใช้ในการตรวจสอบและสอบเทียบเครื่องมือวัดความดัน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสอบเทียบด้านความดันและสูญญากาศ
- ความถูกต้องของมาตรฐานอ้างอิง
- ความเสถียรของความดัน
- การรั่วของระบบ
- ความละเอียดของเครื่องมือ
- ความสามารถในการทำซ้ำ
- Hysteresis
- อุณหภูมิของสภาพแวดล้อม
- การเปลี่ยนแปลงของความดันบรรยากาศ
- การติดตั้งและตำแหน่งของเครื่องมือ
- สภาพของซีลและข้อต่อ
- การสั่นสะเทือนของระบบ
- คุณสมบัติของตัวกลางที่ใช้สร้างความดัน
การควบคุมปัจจัยเหล่านี้อย่างเหมาะสมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการสอบเทียบ
ความไม่แน่นอนของการวัด (Measurement Uncertainty)
ผลการสอบเทียบไม่ได้พิจารณาเฉพาะค่าความคลาดเคลื่อน แต่ยังรวมถึงการประเมิน ความไม่แน่นอนของการวัด ตามวิธีการและขอบเขตที่กำหนดปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความไม่แน่นอน ได้แก่
- ความไม่แน่นอนของมาตรฐานอ้างอิง
- ความละเอียดของเครื่องมือ
- ความสามารถในการทำซ้ำ
- ความเสถียรของระบบ
- Hysteresis
- ผลกระทบจากอุณหภูมิ
- การรั่วของระบบ
- การเปลี่ยนแปลงของค่าความดันระหว่างการวัด
- ผลกระทบจากการติดตั้งและการเชื่อมต่อ
การประเมินความไม่แน่นอนช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจระดับความน่าเชื่อถือของผลการสอบเทียบ และนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
เอกสารผลการสอบเทียบ
หลังจากดำเนินการสอบเทียบเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจะได้รับเอกสารผลการสอบเทียบตามขอบเขตบริการที่กำหนดข้อมูลในเอกสารอาจประกอบด้วย
- รายละเอียดของเครื่องมือ
- ยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขประจำเครื่อง
- ประเภทของเครื่องมือ
- ช่วงการวัด
- หน่วยการวัด
- วันที่ดำเนินการสอบเทียบ
- จุดสอบเทียบ
- ค่ามาตรฐานอ้างอิง
- ค่าที่เครื่องมืออ่านได้
- ค่าความคลาดเคลื่อน
- ความไม่แน่นอนของการวัด
- สภาวะแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
- ผลการตรวจสอบตามขอบเขตบริการ
- ข้อสังเกตเกี่ยวกับสภาพของเครื่องมือ
เอกสารผลการสอบเทียบสามารถใช้เป็นหลักฐานในการควบคุมเครื่องมือวัด สนับสนุนการตรวจติดตาม และใช้ประกอบการตรวจประเมินระบบบริหารคุณภาพ