085-085-6518

calmetro@hotmail.com

จันทร์ - เสาร์ | 8.00 น. - 18.00 น.

Business Service

ด้านความเข้มของแสง

บริการสอบเทียบเครื่องมือวัด ด้านความเข้มของแสง | Illuminance


การสอบเทียบด้านความเข้มของแสงคืออะไร ?

การสอบเทียบด้านความเข้มของแสง (Illuminance Calibration) คือกระบวนการตรวจสอบและเปรียบเทียบค่าที่อ่านได้จากเครื่องมือวัดความเข้มของแสงกับมาตรฐานอ้างอิงที่เหมาะสม เพื่อประเมิน ค่าความคลาดเคลื่อน (Error) และความน่าเชื่อถือของเครื่องมือวัด

ความเข้มของแสงเป็นปัจจัยสำคัญต่อสภาพแวดล้อมในการทำงาน กระบวนการผลิต การตรวจสอบคุณภาพ การเพาะปลูก งานวิจัย และพื้นที่ที่มีข้อกำหนดด้านแสง การวัดค่าความเข้มของแสงที่ถูกต้องจึงมีความสำคัญต่อการควบคุมและประเมินสภาพแวดล้อมให้เป็นไปตามข้อกำหนด หากเครื่องมือวัดแสงมีค่าคลาดเคลื่อน อาจทำให้การประเมินสภาพแสงไม่ตรงกับความเป็นจริง ส่งผลต่อคุณภาพของงาน ประสิทธิภาพในการทำงาน หรือการควบคุมสภาพแวดล้อม


เครื่องมือที่สามารถสอบเทียบด้านความเข้มของแสง

1. Lux Meter

  • ตรวจสอบแสงในสำนักงาน
  • ตรวจสอบแสงในโรงงาน
  • ตรวจสอบแสงในพื้นที่ผลิต
  • ตรวจสอบแสงในห้องปฏิบัติการ
  • ตรวจสอบแสงในคลังสินค้า

2. Digital Light Meter

เป็นเครื่องวัดแสงแบบดิจิตอลที่แสดงค่าการวัดผ่านหน้าจอ โดยอาจมีช่วงการวัดหลายระดับและสามารถเลือกหน่วยการวัดได้ตามรุ่นของเครื่องมือ


3. Light Sensor / Illuminance Sensor

  • ระบบควบคุมอาคาร
  • ระบบควบคุมแสง
  • ระบบตรวจสอบสภาพแวดล้อม
  • Data Logger
  • ระบบอัตโนมัติ

4. Illuminance Transmitter

ใช้สำหรับตรวจวัดและส่งสัญญาณค่าความเข้มของแสงไปยังระบบควบคุมหรือระบบแสดงผล เช่น PLC, SCADA หรือระบบตรวจสอบสภาพแวดล้อม


5. Light Data Logger

ใช้สำหรับบันทึกค่าความเข้มของแสงตามช่วงเวลาที่กำหนด เหมาะสำหรับการติดตามและวิเคราะห์สภาพแสงอย่างต่อเนื่อง


หลักการสอบเทียบด้านความเข้มของแสง

การสอบเทียบเครื่องวัดความเข้มของแสงเป็นการเปรียบเทียบค่าที่เครื่องมือวัดได้กับค่าจากมาตรฐานอ้างอิงภายใต้สภาวะการทดสอบที่เหมาะสม ระบบสอบเทียบอาจประกอบด้วย

  • แหล่งกำเนิดแสงที่มีความเสถียร
  • Standard Lamp หรือแหล่งกำเนิดแสงอ้างอิง
  • Reference Lux Meter
  • Illuminance Standard
  • ระบบควบคุมระยะห่างและตำแหน่ง
  • อุปกรณ์สำหรับลดผลกระทบจากแสงภายนอก

การจัดตำแหน่งและระยะห่างระหว่างแหล่งกำเนิดแสงกับหัววัดเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อค่าความเข้มของแสงที่ตรวจวัดได้


การเปรียบเทียบค่ากับมาตรฐาน

  • ค่าจากมาตรฐานอ้างอิง
  • ค่าที่อ่านได้จากเครื่องมือของลูกค้า

จากนั้นนำข้อมูลมาคำนวณหาค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือ ตัวอย่างเช่น ค่ามาตรฐาน = 1,000 Lux ค่าที่เครื่องมืออ่านได้ = 1,050 Lux ดังนั้นค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องมือประมาณ +50 Lux หรือ +5%

ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้งานทราบว่าเครื่องมือมีแนวโน้มวัดค่าสูงหรือต่ำกว่าค่ามาตรฐานมากน้อยเพียงใด


ปัจจัยที่ส่งผลต่อการวัดความเข้มของแสง

  • ความเสถียรของแหล่งกำเนิดแสง
  • ระยะห่างระหว่างแหล่งกำเนิดแสงกับหัววัด
  • มุมของหัววัด
  • การตอบสนองของเซนเซอร์
  • แสงรบกวนจากภายนอก
  • การสะท้อนจากพื้นผิว
  • อุณหภูมิของสภาพแวดล้อม
  • ความสะอาดของเซนเซอร์
  • ความละเอียดของเครื่องมือ
  • การเปลี่ยนแปลงของแหล่งจ่ายไฟ
  • อายุการใช้งานของเซนเซอร์

การควบคุมปัจจัยเหล่านี้อย่างเหมาะสมมีส่วนสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของผลการสอบเทียบ


ความไม่แน่นอนของการวัด (Measurement Uncertainty)

ผลการสอบเทียบไม่ได้พิจารณาเฉพาะค่าความคลาดเคลื่อน แต่ยังมีการประเมินความไม่แน่นอนของการวัดตามวิธีการและขอบเขตที่กำหนด ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อความไม่แน่นอน ได้แก่

  • ความไม่แน่นอนของมาตรฐานอ้างอิง
  • ความเสถียรของแหล่งกำเนิดแสง
  • ความสามารถในการทำซ้ำ
  • ความละเอียดของเครื่องมือ
  • การจัดตำแหน่งหัววัด
  • ระยะห่างในการสอบเทียบ
  • แสงรบกวนจากสภาพแวดล้อม
  • การตอบสนองของเซนเซอร์
  • การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

การประเมินความไม่แน่นอนช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจระดับความน่าเชื่อถือของผลการสอบเทียบได้อย่างเหมาะสม


เอกสารผลการสอบเทียบ

หลังจากดำเนินการสอบเทียบเรียบร้อย ลูกค้าจะได้รับเอกสารผลการสอบเทียบตามขอบเขตบริการที่กำหนด ข้อมูลในเอกสารอาจประกอบด้วย

  • รายละเอียดของเครื่องมือ
  • ยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขประจำเครื่อง
  • ประเภทของเครื่องวัด
  • ช่วงการวัด
  • ความละเอียดของเครื่องมือ
  • หน่วยการวัด
  • วันที่สอบเทียบ
  • สถานที่ดำเนินการสอบเทียบ
  • จุดสอบเทียบ
  • ค่ามาตรฐานอ้างอิง
  • ค่าที่เครื่องมืออ่านได้
  • ค่าความคลาดเคลื่อน
  • ความไม่แน่นอนของการวัดตามขอบเขตที่กำหนด
  • เงื่อนไขหรือข้อสังเกตที่เกี่ยวข้อง

เอกสารผลการสอบเทียบสามารถใช้เป็นหลักฐานในการควบคุมเครื่องมือวัด สนับสนุนการตรวจติดตาม และใช้ประกอบการตรวจประเมินระบบบริหารคุณภาพ