085-085-6518

calmetro@hotmail.com

จันทร์ - เสาร์ | 8.00 น. - 18.00 น.

Business Service

ด้านไฟฟ้า

บริการสอบเทียบเครื่องมือวัด ด้านไฟฟ้า | Electrical


การสอบเทียบด้านไฟฟ้าคืออะไร ?

การสอบเทียบด้านไฟฟ้า (Electrical Calibration) คือกระบวนการตรวจสอบและเปรียบเทียบค่าที่วัดได้จากเครื่องมือวัดทางไฟฟ้ากับค่าจากมาตรฐานอ้างอิงที่เหมาะสม เพื่อประเมิน ค่าความคลาดเคลื่อน (Error) ความสามารถในการวัด และความน่าเชื่อถือของเครื่องมือ

เครื่องมือวัดทางไฟฟ้ามีบทบาทสำคัญในงานอุตสาหกรรม งานซ่อมบำรุง ห้องปฏิบัติการ ระบบควบคุมคุณภาพ และกระบวนการผลิต หากเครื่องมือมีค่าคลาดเคลื่อนโดยไม่ทราบ อาจส่งผลต่อการตรวจสอบ การวิเคราะห์ การตั้งค่าเครื่องจักร หรือการตัดสินใจในกระบวนการทำงาน ดังนั้น การสอบเทียบจึงช่วยให้ผู้ใช้งานทราบว่าเครื่องมือสามารถให้ค่าการวัดได้ใกล้เคียงกับมาตรฐานมากน้อยเพียงใด และสามารถนำผลไปใช้ประเมินความเหมาะสมในการใช้งานได้อย่างมั่นใจ


ปริมาณทางไฟฟ้าที่สามารถสอบเทียบได้

  • แรงดันไฟฟ้า (Voltage)
  • กระแสไฟฟ้า (Current)
  • ความต้านทานไฟฟ้า (Resistance)
  • ความถี่ (Frequency)
  • ความจุไฟฟ้า (Capacitance)
  • ความเหนี่ยวนำ (Inductance)
  • กำลังไฟฟ้า (Power)
  • สัญญาณไฟฟ้ากระแสตรงและกระแสสลับ
  • สัญญาณกระบวนการ เช่น mV, V, mA และ Ω

ทั้งนี้ ขอบเขตการสอบเทียบจะขึ้นอยู่กับประเภท รุ่น ช่วงการวัด และความสามารถของระบบมาตรฐานที่ใช้ในการสอบเทียบ


เครื่องมือด้านไฟฟ้าที่สามารถสอบเทียบได้

1. มัลติมิเตอร์ Multimeter / Digital Multimeter

  • แรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC Voltage)
  • แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Voltage)
  • กระแสไฟฟ้ากระแสตรง (DC Current)
  • กระแสไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Current)
  • ความต้านทาน (Resistance)
  • ความถี่ (Frequency)
  • ความจุไฟฟ้า (Capacitance)

การสอบเทียบช่วยตรวจสอบว่าค่าที่เครื่องมือแสดงมีความคลาดเคลื่อนจากค่ามาตรฐานมากน้อยเพียงใด


2. เครื่องวัดกระแสไฟฟ้า Clamp Meter / Ammeter

  • AC Current
  • DC Current
  • AC Voltage
  • DC Voltage
  • Resistance

ขึ้นอยู่กับฟังก์ชันและความสามารถของเครื่องมือ


3. เครื่องวัดฉนวนไฟฟ้า Insulation Resistance Tester / Megger

  • สายไฟ
  • มอเตอร์
  • หม้อแปลง
  • ตู้ควบคุม
  • อุปกรณ์ไฟฟ้า

การสอบเทียบช่วยตรวจสอบความถูกต้องของทั้งแรงดันทดสอบและค่าความต้านทานที่เครื่องมือสามารถวัดได้


4. เครื่องวัดความต้านทาน Resistance Meter / Ohmmeter

  • Ω

การสอบเทียบช่วยให้มั่นใจว่าค่าความต้านทานที่วัดได้มีความน่าเชื่อถือ


5. เครื่องวัดความต้านทานต่ำ Micro Ohmmeter

  • จุดเชื่อมต่อทางไฟฟ้า
  • หน้าสัมผัส
  • สายตัวนำ
  • Busbar
  • ขดลวด

เนื่องจากเป็นการวัดค่าความต้านทานในระดับต่ำ ความละเอียดและความถูกต้องของเครื่องมือจึงมีความสำคัญอย่างมาก


6. เครื่องกำเนิดสัญญาณ Signal Generator / Function Generator

  • Sine Wave
  • Square Wave
  • Pulse
  • Frequency Signal
  • Voltage Signal

การสอบเทียบช่วยตรวจสอบความถูกต้องของค่าความถี่ แรงดัน และพารามิเตอร์ต่าง ๆ ตามความสามารถของเครื่องมือ


7. Oscilloscope

  • แรงดันไฟฟ้า
  • ความถี่
  • คาบเวลา
  • รูปคลื่น
  • สัญญาณรบกวน

การสอบเทียบสามารถครอบคลุมสมรรถนะต่าง ๆ เช่น ความถูกต้องของแรงดัน ความถูกต้องของฐานเวลา และพารามิเตอร์อื่น ๆ ตามขอบเขตของเครื่องมือ


8. Power Meter และ Power Analyzer

  • Voltage
  • Current
  • Power
  • Power Factor
  • Energy
  • Frequency

นิยมใช้ในงานตรวจสอบระบบไฟฟ้า การวิเคราะห์การใช้พลังงาน และการควบคุมคุณภาพของระบบ


9. Process Calibrator

  • 4–20 mA
  • 0–20 mA
  • mV
  • V
  • Ω
  • Frequency

นิยมใช้ในการตรวจสอบและสอบเทียบอุปกรณ์ในระบบควบคุม เช่น Transmitter, Controller และอุปกรณ์วัดในกระบวนการผลิต


10. Voltage / Current Calibrator

  • DC Voltage
  • AC Voltage
  • DC Current
  • AC Current

หลักการสอบเทียบด้านไฟฟ้า

หลักการสำคัญของการสอบเทียบ คือการนำเครื่องมือของลูกค้าไปเปรียบเทียบกับ มาตรฐานอ้างอิง ที่สามารถสร้างหรือวัดสัญญาณไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องตามช่วงการวัดที่กำหนด ตัวอย่างเช่น หากต้องการสอบเทียบ Digital Multimeter ในช่วงแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง จะใช้ Electrical Calibrator หรือ Voltage Standard สร้างแรงดันไฟฟ้าที่ทราบค่า แล้วเปรียบเทียบกับค่าที่ Multimeter แสดง


ค่าความคลาดเคลื่อนในการวัด

ตัวอย่าง ค่ามาตรฐาน = 10.000 V ค่าที่เครื่องมืออ่านได้ = 10.025 V ดังนั้น ค่าความคลาดเคลื่อนสามารถพิจารณาได้ประมาณ +0.025 V

ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้ผู้ใช้งานทราบว่าเครื่องมือมีแนวโน้มวัดค่าสูงหรือต่ำกว่าค่ามาตรฐานมากน้อยเพียงใด


ปัจจัยที่ส่งผลต่อการสอบเทียบด้านไฟฟ้า

  • ความถูกต้องของมาตรฐานอ้างอิง
  • ความละเอียดของเครื่องมือ
  • ความสามารถในการทำซ้ำ
  • ความเสถียรของแหล่งจ่ายไฟ
  • ความต้านทานของสายและจุดเชื่อมต่อ
  • สัญญาณรบกวนทางไฟฟ้า
  • ความถี่ของสัญญาณ
  • รูปคลื่นของสัญญาณ
  • อุณหภูมิและความชื้น
  • ระยะเวลาในการอุ่นเครื่องมือ
  • สภาพและอายุการใช้งานของเครื่องมือ

การควบคุมปัจจัยเหล่านี้อย่างเหมาะสมช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการสอบเทียบ


ความไม่แน่นอนของการวัด (Measurement Uncertainty)

ผลการสอบเทียบไม่ได้พิจารณาเฉพาะค่าความคลาดเคลื่อน แต่ยังมีการประเมิน ความไม่แน่นอนของการวัด ตามวิธีการและขอบเขตที่กำหนด แหล่งที่มาของความไม่แน่นอนอาจประกอบด้วย

  • ความไม่แน่นอนของมาตรฐานอ้างอิง
  • ความละเอียดของเครื่องมือ
  • ความสามารถในการทำซ้ำ
  • ความเสถียรของสัญญาณ
  • ผลกระทบจากสภาพแวดล้อม
  • ความไม่แน่นอนจากการเชื่อมต่อ
  • ผลกระทบจากสายวัด
  • สัญญาณรบกวน

การประเมินความไม่แน่นอนช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจระดับความน่าเชื่อถือของผลการสอบเทียบ และนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม


เอกสารผลการสอบเทียบ

หลังจากดำเนินการสอบเทียบเรียบร้อยแล้ว ลูกค้าจะได้รับเอกสารผลการสอบเทียบตามขอบเขตบริการที่กำหนด ข้อมูลในเอกสารอาจประกอบด้วย

  • รายละเอียดของเครื่องมือ
  • ยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขประจำเครื่อง
  • ประเภทของเครื่องมือ
  • ช่วงการวัด
  • ความละเอียดของเครื่องมือ
  • หน่วยการวัด
  • วันที่ดำเนินการสอบเทียบ
  • จุดสอบเทียบ
  • ค่ามาตรฐานอ้างอิง
  • ค่าที่เครื่องมืออ่านได้
  • ค่าความคลาดเคลื่อน
  • ความไม่แน่นอนของการวัด
  • สภาวะแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อสังเกตเกี่ยวกับสภาพของเครื่องมือ

เอกสารผลการสอบเทียบสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานในการควบคุมเครื่องมือวัด สนับสนุนการตรวจติดตาม และใช้ประกอบการตรวจประเมินระบบบริหารคุณภาพ